มหันตภัยจาก ICT
posted on 02 Sep 2009 22:11 by poo-jcl1892มหันตภัยจาก ICT
ในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคโลกไร้พรมแดน แบบนี้ เราคงปฏิเสธความสำคัญของคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีต่างที่ผลุดขึ้นมาเหมือนอย่างดอกเห็ดไม่ได้ เนื่องจากมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว จากความสำคัญและประโยชน์อันมากมายมหาศาลที่มากับ ICT นี้เอง มันได้แฝงมหันตภัยอันมากมายมหาศาลมาให้ผู้ที่ใช้ ICT อย่างมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน กับผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กหรือเยาวชนไทยที่ไม่ได้รับการแนะนำในการใช้ ICT ที่ถูกต้องจากพ่อ-แม่ ครูอาจารย์ หนักไปกว่านั้นผู้ใหญ่บางคนได้แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กหรือเยาวชนโดยใช้ ICTหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบัน เป็นเครื่องมือในการหากินอย่างไร้คุณธรรมและเมตตาธรรม
ต่อไปเรามาดูกันว่าโทษของอินเทอร์เน็ตมีอะไรบ้าง
โทษของอินเทอร์เน็ต
โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งซื้อขายประกาศของผิดกฏหมาย,ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆอินเทอร์เน็ต เป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก, มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร, ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่, ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้ ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
โรคติดอินเทอร์เน็ต
โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต
มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้
รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้ คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ นั้นต่อไป
พิชชิ่ง(Pifishing) คือการเลียนแบบทำเหมือนต้นฉบับทุกประการ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่อาชญากรจะใช้ในการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน อย่างเช่น การฝากเงิน การถอน หรือการโอนเงิน ด้วยการตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเหมือนกับธนาคารทุกประการและหลังจากนั้นจะมีการหลอกผู้ที่เข้าไปใช้บริการเพื่อเอารหัสบัญชีแล้วนำไปทำธุรกรรมอย่างอื่น
ภัยจากเว็บแคม ถือได้ว่าเป็นภัยที่นับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่น เพราะมิจฉาชีพจะติดกล้องไว้ที่ตัวคอมพิวเทอร์เพื่อดูพฤติกรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง และเว็บแคมทุกวันนี้มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นลามกอนาจารหรือเรียกกันแบบง่าย ๆก็คือการขายบริการทางเพศทางเว็บนั่นเอง
ทีนี้ลองมานึกภาพดูซิว่าถ้าเป็นลูกหลานของท่านกลังมีพฤติกรรมแบบนี้และไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเอง
ได้ผลที่จะตามมาก็คือ เสียเงินค่าบริการ ขาดความสนใจในการเรียน เสียสุขภาพเพราะนอนดึก ร้ายไปกว่านั้นส่งผลถึงสุขภาพจิตซึ่งไม่แน่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดการข่มขีนกระทำชำเราตามที่เป็นข่าวอยู่เนือง ๆ
ภัยจากบัตรเครดิต ซึ่งเป็นภัยของพวกนักช๊อปหรือผู้ที่ไม่ต้องการพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากก็จะใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าต่างๆ แต่ใครจะรู้ว่าถึงเวลาชำระค่าบัตรกลับมีตัวเลขที่ต้องชำระเพิ่ม ขึ้นอย่างมากโขทั้งๆที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งวิธีการที่พวกมิจฉาชีพมักจะหาประโยชน์จากบัตรเครดิตคือ ทุกครั้งที่มีการรูดบัตรตัวเครื่องก็จะทำการอ่านบัตรและเชื่อมต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตร แต่ระหว่างที่มีกาติดต่อกัน ระหว่างเครื่องรูดบัตรกับธนาคาร พวกมิจฉาชีพก็ได้นำเครื่องเล่น MP3 ไปไว้เพื่อดักฟังข้อมูล
ภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์ ฟังดูเผินๆแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไรมากนัก เพราะเป็นเกมเล่นเฉย ๆ
แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าเกมคอมพิวเตอร์ได้ส่งผลเสียต่อผู้คนที่ขาดสติสัมปชัญญะจนเสียผู้เสียคนมามากต่อมากแล้ว เกมก็เหมือนกับของหลาย ๆ อย่างในโลกนี้มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ถ้ารู้จักใช้หรือใช้
อย่างพอเหมาะพอดีก็จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้มากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโทษ ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงประโยชน์ของเกมให้ท่านผู้อ่านไปสืบค้นหรือคิดเอาเอง แต่จะขอสรุปถึงข้อเสียหรือภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์ที่ผู้เขียนได้ศึกษาหรือได้จากประสบการณ์หรือพบเห็นมาดังนี้คือ
1.เสียสุขภาพกาย ถ้าใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็มีโอกาสเป็นโรคCVS(Computer Vision Syndrome)
คือมีอาการปวดกระดูกข้อมือ ปวดกล้ามเนื้อที่คอ หลัง ไหล่ ปวดตา แสบตา ตามัว หรือมีอาการปวดหัว
ร่วมอยู่ด้วย บางคนเล่นจนลืมหิว ลืมง่วง ไม่กินไม่นอนร่างกายก็แย่ หรือทานอาหารหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่
ได้ออกกำลังกาย โรคอ้วนก็จะถามหาได้เช่นกัน
2.เสียการเรียนหรือการงาน เกมจะดึงดูดความสนใจจากเด็ก ทำให้เด็กไม่ใส่ใจในการเรียนเท่าที่ควร
ยิ่งเด็กแบ่งสรรเวลาไม่เป็นก็ยิ่งมีผลต่อการเรียนมากขึ้น เกมจะดึงดูดเวลาทำการบ้าน ความรับผิดชอบงาน
บ้านของเด็กไปจนหมด บางคนถึงกับหนีโรงเรียนเพื่อไปเล่นเกม ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้น บางคนถึงกับขโมยเงินผู้ปกครองเพื่อนำไปเสียค่าเกมหนักไปกว่านั้นบางคนขาดเรียน หนีเรียนไปเล่นเกมจนไม่มีสิทธิ์
สอบ ต้องออกจากโรงเรียนโดยปริยายก็มีมากมาย
3.ขาดสังคมกับคนจริง ๆ หรือขาดสัมพันธภาพแบบเผชิญหน้าพบปะพูดคุยโดยตรงซึ่งจะมีผลต่อการคบหาสมาคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เด็กพวกนี้ตามที่ผู้เขียนได้ประสบพบมา ใบหน้าจะบึ้งตึงเงียบ
ขรึม ตอบคำถามแบบสั้น ๆ ถามคำตอบคำ ไม่ชอบพูดคุยกับเพื่อน ไม่ร่าเริงแจ่มใส มักจะปลีกตัวอยู่คนเดียว
เงียบ ๆ ไม่ชอบพูดรงเรียน ชอบโกหก เหม่อลอย
4.บางเกมมีผลต่ออารมณ์ เช่นเหนี่ยวนำให้เกิดอารมณ์รุนแรง และพฤติกรรมก้าวร้าว ทำให้ชินกับการแก้ปัญหาด้วยกำลังแทนการใช้สติปัญญา ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผู้กล่าวว่าภาพยนตร์แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น แต่เกมคอมพิวเตอร์สอนให้เด็กลงมือกระทำและรู้สึกตื่นเต้นกับการระทำนั้น
หรือการที่เด็กยิงปืนเพื่อสังหารคู่ต่อสู้ในเกมเปรียบเสมือนกับการยิงหรือสังหารคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรอง ถ้าหากท่านเป็นผู้ปกครองลองสังเกตดูลูกของท่านกำลังเล่นเกมต่อสู้หรือเกมที่มีการฆ่ากัน ให้ท่านสังเกตดูอากับกิริยาของเด็กจะเห็นมีความเครียดอยู่มาก ขณะเดียวกันท่านลองไปทักหรือใช้หรือบอกให้หยุด เด็กจะแสดงอาการไม่พอใจ หรืออาการก้าวร้าวออกมาให้เห็นทันที ซึ่งจะบ่งบอกได้ว่าเกมบางเกมมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็กมาก
5.สร้างปัญหาต่อครอบครัว พ่อแม่ที่หวังให้เกมเป็นเครื่องมือเพื่อดึงดูดลูกให้อยู่กับบ้านไม่ไห้ไป
ไหน หรือปล่อยให้ลูกอยู่กับเกมตามลำพัง โดยนอนใจว่าลูกจะคลายเหงา และมีกิจกรรมยามว่าง หรือรู้สึกว่าไม่มีภาระต้องคอยห่วงคอยกังวลว่าลูกจะไปทำอะไรที่ไหน ท่านคิดผิดอย่างใหญ่หลวงเพราะผลที่จะเกมตามมา คือเกิดช่องว่างระหว่างพ่อแม่และลูก เพราะเกิดปัญหาสลดในในสังคมไทยมามากต่อมากแล้ว เช่น
ลูกติดเกมไม่ยอมกลับบ้าน ปัญหาระหว่างแม่กับลูกวัยรุ่นที่ติดเกมพอแม่เตือนลูกก็ไม่ยอมพูดด้วย ลงท้ายแม่เลยกระโดดตึกฆ่าตัวตายเป็นต้น ถ้าหากท่านสังเกตให้ดีจะเห็นว่า เด็กได้เล่น หรือวิ่งเล่น กับเพื่อน ๆ ได้เข้าสังคมกับเพื่อน เขาจะมีความสุข สนุกสนานมาก แสดงว่าเขาไม่มีความเครียดหรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวิธีการคลายเครียดที่ดีที่สุดสำหรับเด็กนอกจากนั้นเขายังได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวเขาด้วย ดังนั้น ถ้าเด็กเล่นแต่เกมก็จะเพาะนิสัยรักการอ่านได้ยาก การพัฒนาด้านสติปัญญาจึงถือว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้ยาก สำหรับเด็กที่ติดการเล่นวิดีโอเกม
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสังคมปัจจุบันนี้มีภัยต่างๆที่แฝงตัวอยู่ทุกส่วนของสังคมไม่ว่าจะเป็นภัยการถูกแอบถ่ายรูป หรือภัยจากการลักลอบโอนเงินจากธนาคาร เป็นต้น และนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในโลก “ไซเบอร์” อย่างอินเทอร์เน็ต ที่เข้ามาพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี จนอยากที่จะหาทางแก้ไขได้ และที่สำคัญภัยในโลกไซเบอร์นั้นมีความน่ากลัวมากกว่าโจรผู้ร้ายหรืออาชญากรอีกเป็นเท่าตัว เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอนของเราเอง ภัยในโลก ไซเบอร์ ทุกวันนี้ได้ผุดขึ้นมาคุกคาม ประชาชนอย่างมากมาย โดยเฉพาะกับเยาวชนที่มักจะเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายในโลกไซเบอร์ เพราะเยาวชนทุกวันนี้มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเทอร์เพียงลำพัง โดยปราศจากการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองดังที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
“ ไอซีทีไม่ได้ดีเสมอไปอย่างที่คิด
หากใช้ผิดจุดประสงค์จำนงหมาย
ก่อให้เกิดภัยมหันต์อันมากมาย
หากผู้ใช้ไร้ความคิดผิดศีลธรรม ”
edit @ 2 Sep 2009 22:27:20 by Poo_JCL1892
edit @ 4 Sep 2009 22:08:22 by Poo_JCL1892

